คุณสมบัติของคนที่อยากเป็นนักออกแบบแฟชั่นสิ่งที่ต้องมี

fasion

 

อาชีพออกแบบแฟชั่นเป็นอาชีพที่หลายคนมีความใฝ่ฝันที่จะเป็น แต่ความฝันจะมีแค่ความมุ่งมั่นอย่างเดียวคงไม่พอ เราต้องรู้จักเตรียมความพร้อมให้ตัวเองในการเดินทางสู่เส้นทางสายแฟชั่นด้วย ยิ่งเราเริ่มใหม่ควรจะรีบวางแผนและเตรียมการเพื่อให้เราเดินทางได้อย่างถูกจุดให้ได้มากที่สุด และ 5 สิ่งสำหรับคนที่อยากเป็นนักออกแบบแฟชั่นต้องมี คือ

1. ความรู้พื้นฐานเรื่อง Pattern และการตัดเย็บ การจะเป็นนักออกแบบแฟชั่นเราต้องมีความเข้าใจในเรื่องของเสื้อผ้า แพทเทิร์นและการตัดเย็บ เคยเจอปัญหาไหม? อยากได้แบบนี้ค่ะแต่ไม่รู้ทำยังไง พอเอางานไปส่งช่างปุ๊ปช่างบอกทำไม่ได้ตรงนี้ กลายเป็นต้องมาสตั๊น ตอบคำถามช่างไม่ได้ ไม่เข้าใจ ไม่รู้วิธี สุดท้ายกลายเป็นเปลี่ยนแบบทำไม่ได้ตามที่คิดไว้ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ไม่โอเคแน่ๆ เพราะนอกจากงานเพี้ยนแล้ว กลายเป็นว่าเราต้องมาทำงานสองสามรอบ คิดใหม่ เสียเวลาในการจัดสรรค์โปรเจค แถมตอบคำถามไม่ได้อีกและต่อไปก็จะทำ Design ตัดเย็บแบบนี้ไม่ได้เพราะไม่รู้จะทำยังไง

2. รู้วิธีหาไอเดีย จุดเริ่มต้นของทุกๆ อย่างเริ่มมาจากการคิดหาไอเดีย แรงบันดาลใจ  จินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ คนที่รู้วิธีหาไอเดียจะเป็นคนที่ได้เปรียบเพราะสามารถสร้างแนวคิดออกมาได้อยู่เรื่อยๆ แต่สำหรับบางคนที่ยังไม่ค่อยถนัด หรือไม่เคยทำอะไรเชิงที่ต้องใช้จินตนาการอาจจะรู้สึกว่าทำยังไงดี คิดไม่ออกเลย แต่ของแบบนี้ไม่ได้เป็นปัญหาค่ะ ให้เรามีบ้าง เราพอรู้ทิศทางเราพอมีและสิ่งที่ช่วยได้คือการรู้จักฝึกคิด ฝึกหาไอเดียบ่อยๆ

3. มีความรู้ทางด้าน Program ที่เกี่ยวข้อง ในหลายต่อหลายครั้งที่เราต้องใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในงานประเภทแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบต่างๆ รวมถึงการทำ Present เช่น พระเอกหลักๆ ของเราก็คือ Photoshop และ illustrator เป็นโปรแกรมที่เราควรมีความรู้ในการใช้งาน เพราะนอกจากใช้ในการวาดรูปทำ Graphic หรือ Present งานแล้ว โปรแกรมนี้ยังนำมาประยุกต์ใช้ในการทำ Textile , การเรียง Pattern และประยุกต์ในลักษณะอื่นๆ เพิ่มเติมได้อีกด้วย

4. ความตั้งใจเรียนรู้และการมีคุณธรรมจริยธรรม ในทุกรูปแบบการทำงาน คนที่ใส่ใจและมีการทุ่มเทจริงๆ จะได้รับความรู้เยอะ คนที่ตั้งเป้าหมายแน่วแน่การหาโอกาสฝึกงานกับบริษัทด้านแฟชั่นในประเภทงานที่ตัวเองอยากทำ และที่สำคัญคือสไตล์งานควรจะตรงกับที่คุณเป็น

5. ทักษะด้านการวาดรูป ( ไม่เป๊ะไม่เป็นไร แต่ต้องสื่อออกมาให้เข้าใจได้ )  อีกเรื่องสำคัญของคนจะเป็นนักออกแบบแฟชั่นคือ การสื่อสารออกมาเป็นภาพวาด เพราะการวาดรูปนี้จะมีผลกับงานแฟชั่นหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเสื้อผ้า การวาดรูปคนเพื่อนำเสนอ Design และ Collection ซึ่งอาจรวมไปถึงการออกแบบลายผ้า และการสื่อสานงานเมื่อต้องทำงานกับหลายๆ ฝ่ายในที่นี้คือไม่จำเป็นว่าฉันต้องวาดสวยอลังการ ซึ่งถามว่าจริงๆ แล้วถ้าทำได้จะดีไหม บอกเลย ”โคตรดี”

10 สิ่งบ่งบอกความเป็น “ฮิปสเตอร์” ในตัวคุณ

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่าฮิปสเตอร์อยู่บ่อยๆ ทั้งจากสื่อและโซเชียลมีเดียต่างๆ แต่อาจไม่แน่ใจว่าฮิปสเตอร์คืออะไร ฮิปสเตอร์มีลักษณะยังไงไปดูกันเลยค่ะ

จะว่าไป ฮิปสเตอร์ก็คือเด็กแนวในอีกรูปแบบหนึ่งนั่นเอง แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นวัยรุ่นเสมอไป ส่วนมากวัยของฮิปสเตอร์จะอยู่ในช่วงมหาลัยไปจนถึงวัยทำงาน คือ 18-30+ ปี พวกเขาคือคนที่นิยมทุกสิ่งที่นอกกระแส ไม่ว่าจะแต่งกาย ดูหนัง ฟังเพลง กิจกรรม ไปจนถึงการกินอยู่เลยทีเดียว ฮิปสเตอร์จะยี้กับทุกสิ่งที่มีความเป็นแมสหรือป๊อบ และเพื่อจะให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เราจะยกตัวอย่างลักษณะของฮิปสเตอร์โดยทั่วไปมา 10 อย่าง ซึ่งถ้าใครมีลักษณะหรือพฤติกรรมเข้าข่ายลักษณะที่ยกมาเกินกว่าครึ่งแล้ว นั่นแหละ จัดว่าเป็น ฮิปสเตอร์อย่างแน่นอน ไม่ต้องสงสัยอะไรอีกแล้วล่ะ

  1. ชอบถ่ายภาพแนวอาร์ตๆ เท่ๆ อย่างพร่ำเพรื่อ

กะโหลกกะลาบ้าบออะไรก็ถ่าย แล้วนำมาปรับสีด้วยแอพต่างๆ ตอนนี้ฮิปสเตอร์กว่า 80% นิยมปรับภาพให้มีโทนสีอุ่นๆ ซีดๆ โดยมีนิตยสารแนวไลฟ์สไตล์ชิคๆ คูลๆ อย่าง Kinfolk หรือ Cereal ของต่างประเทศเป็นพระคัมภีร์ต้นแบบ แม้ว่าโลเคชั่นจะเป็นเมืองไทยพวกเขาก็จะพยายามเซ็ตให้ดูคล้ายญี่ปุ่น อเมริกา หรือยุโรปที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฮิปสเตอร์มักจะมีทั้งกล้อง DSLR (ซึ่งบางคนก็พกไปงั้นแต่ไม่ได้ถ่ายอะไร แค่เอาไปวางไว้ให้ติดมาในเฟรมดูเท่ๆ เท่านั้นเอง) ยิ่งถ้าคนไหนที่ใช้กล้องฟิลม์ หรือมีกล้องฟิลม์แบบวินเทจอันเล็กๆ ด้วยแล้วล่ะก็ นั่นแหละฮิปสเตอร์ตัวพ่อตัวแม่แน่นอน

  1. ถ่ายภาพลงโซเชียลฯ

ถ่ายภาพแล้วมันยังไม่จัดว่าครบขั้นตอน ฮิปสเตอร์จะต้องโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ทั้ง IG, Twitter และ Facebook ส่วนคำบรรยายที่ใช้ประกอบภาพก็จะต้องเป็นวลีสั้นๆ ดูเพ้อๆ ลอยๆ เหงา และแอ๊บติสต์ไปด้วยในตัวภึงจะครบสูตร อ้อ! ที่ขาดไม่ได้เลยคือแฮชแท็ก ต้องใส่ให้เยอะๆ เข้าไว้ จะมีความหมายหรือไม่ไม่เป็นไร ใส่ไว้เยอะๆ ก่อน มันดูเก๋ดี ฮิปสเตอร์เขาชอบใช้กัน

  1. คลั่งไคล้ในข้าวของเครื่องใช้ที่มีความของอะนาล็อก

ของเหล่านี้ให้อารมณ์วินเทจย้อนยุค ไม่ว่าจะเป็นกล้องฟิลม์ กล้องโพลารอยด์ เครื่องเล่นแผ่นเสียง เชื่อหรือไม่ว่าฮิปสเตอร์หลายคนหันมาเล่นแม้กระทั่งเทปตาสเซ็ตหรือวิดิโอ จนทำให้สิ่งเหล่านี้มีราคาสูงขึ้นกลายเป็นของสะสมไปเลย

 

  1. หนังนอกกระแส-วงดนตรีแนวๆ

ไม่ว่าจะดูหนังหรือฟังเพลง หนังฮอลลีวู้ดนั้นจะไม่ค่อยถูกรสนิยมของพวกเขาเท่าไร ส่วนมากฮิปสเตอร์จะเลือกเสพเฉพาะหนังแนวๆ อาร์ตๆ เป็นหลัก ยิ่งหนังจากประเทศแปลกๆ เช่น อาร์เซอร์ไบจัน อุซเบกิสถาน หรือเอสโตเนีย ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักยิ่งรู้สึกเท่เป็นพิเศษ ดูเสร็จแล้วก็ต้องมารีวิวอย่างยืดยาวด้วยภาษาและแง่มุมลึกซึ้งลงในบล็อกหรือเฟซบุคซึ่งอ่านกันเอง อวยกันเองอยู่ในกลุ่มเล็กๆ ส่วนรสนิยมในการฟังเพลงของฮิปสเตอร์นั้นจะเน้นวงอินดี้ ไม่ว่าจะวงไทยหรือต่างประเทศ ยิ่งได้ฟังวงใหม่ๆ ก่อนใครยิ่งรู้สึกยืดเป็นพิเศษ เทศกาลดนตรีแนวๆ ที่เขาใหญ่ หรือพัทยา จึงเปรียบเสมือนงานเช็งเม้งที่พวกเขาจะต้องไปชุมนุมกันทุกปีเลยทีเดียว ส่วนถ้าฮิปสเตอร์จะฟังเพลงตลาดสุดๆ บ้างนั้น มักจะเป็นการแกล้ง ‘ฟังขำๆ’ มากกว่าชอบฟังด้วยความชื่นชมจริงๆ

  1. ร้านกาแฟเก๋ๆ ชิคๆ

ฮิปสเตอร์กับกาแฟเป็นสิ่งที่ขาดกันมิได้ แต่สำหรับฮิปสเตอร์แล้วจะซื้อกาแฟรถเข็นของอาแปะหรือร้านสะดวกซื้อนั้นมันไม่ใช่ ฮิปสเตอร์จะขวนขวายเสาะหาร้านกาแฟแต่งเก๋ๆ เล็กๆ ไม่ก็หรูหรามีระดับไปเลยเพื่อไปนั่งโพสต์ท่า เอ๊ย นั่งทำงาน แล้วถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดียตามระเบียบ การถ่ายภาพแก้วกาแฟนั้นก็ต้องเลือกมุมเท่ๆ มีของประกอบฉากติดเข้ามาในเฟรม เช่นหนังสือที่ดูฉลาด แนวๆ สมุด ปากกา พวงกุญแจ หรือกระเป๋าที่บ่งบอกรสนิยมทันสมัยของพวกเขาด้วยเช่นกัน การดื่มกาแฟของพวกเขาจึงเปรียบเสมือนพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ที่จะต้องประดิดประดอยสุดฤทธิ์ แต่สำหรับคนทั่วไปแล้วชวนให้ตั้งคำถามว่า “จะเยอะไปไหน ทำไมต้องทำให้ยุ่งยากขนาดนั้น ไม่เหนื่อยบ้างเหรอ” แต่หากวันไหนที่ฮิปสเตอร์ดื่มกาแฟร้านสะดวกซื้อพวกเขาจะไม่มีวันโพสต์ให้คุณเห็นหรอก ตลกดี

  1. จักรยาน

คนใช้จักรยานในเมืองไทยแบ่งได้เป็นสามกลุ่มคือ พวกปั่นเพื่อการเดินทาง พวกปั่นออกกำลังอย่างจริงจัง และพวกปั่นแบบชิคๆ คูลๆ เฉพาะวันหยุดหรือตอนกลางคืน ซึ่งเราจะพบฮิปสเตอร์ได้ในกลุ่มนักปั่นประเภทหลังเยอะมาก พวกนี้จะให้ความสำคัญกับรถ (บางคันราคาเป็นแสน ล้อแพงกว่าล้อแม็กรถยนต์ยังมีเลย) ออปชั่นแต่งรถ  และชุดที่ใช้ใส่ปั่นมาก อย่าแปลกใจถ้าได้เห็นคนใส่เสื้อนอก หมวก กับกางเกงขาสั้น ปั่นจักรยาน เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว formต้องมาก่อน function เสมอ แม้จะดูกระแดะเพียงไรก้ไม่พรั่น การปั่นก็จะเน้นรวมตัวกันเป็นกลุ่มไปตามเส้นทางเก๋ๆ ที่นิยมมากเป็นพิเศษคือการปั่นไปทานอาหารตามร้านเท่ๆ หรือปั่นไปหาของกินตอนกลางคืนแถวเยาวราช สงสัยแถวบ้านคงไม่มีอะไรขายตอนดึกๆ แน่ ที่สำคัญ ต้องถ่ายภาพอัพลงเฟสด้วย ถ้าโลกนี้ไม่มีโซเขียมีเดีย เผลอๆ พวกนี้อาจไม่สนใจปั่นจักรยานซะด้วยซ้ำ

  1. โซเชียลมีเดียคือชีวิตจิตใจของพวกเขา

ฮิปสเตอร์จะไปไหนก็ต้องเช็คอิน และถ่ายภาพต่างๆ อวดตลอด บางคนที่มีความสามารถในการเล่าเรื่องด้วยภาพและตัวอักษรได้น่าสนใจ มีผู้ติดตามหลักพันคน ก็ยกระดับขึ้นมาเป็นเน็ตไอดอลไปเลยก็มี  แค่จะให้ทะลุไปหลักหลายหมื่นแบบน้องมันแกว น้องมุกกี้ นั้นคงยากหน่อย เพราะฮิปสเตอร์ยังมีไม่มากพอขนาดทาสนมอย่างเราๆ ท่านๆ หรอก

  1. ไอโฟน ไอแพด แม็คบุค

แม้ฮิปสเตอร์จะชอบสโลว์ไลฟ์ แต่สำหรับเรื่องการสื่อสารแล้วกลับไม่ยักกะใช้นกพิราบหรือการเขียนจดหมาย พวกเขาหายใจเข้าออกเป็นการเสพข้อมูลในด้านเทรนด์และกระแสสังคมด้วยอุปกรณ์เหล่านี้ และยิ่งสินค้าตระกูลแอปเปิลมีหน้าตาสวยทันสมัยจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ฮิปสเตอร์จะเลือกใช้ยี่ห้อนี้เป็นหลัก

  1. แว่น ผม หนวด เครา

ฮิปสเตอร์นิยมใส่แว่นกรอบสี่เหลี่ยมทรงหนา ไม่ว่าสายตาจะปกติหรือไม่ก็ตาม แต่ใส่แล้วจะเพิ่มดีกรีความฮิปขึ้นอีกเลเวลหนึ่งทันที ส่วนทรงผมนั้น ตอนนี้ฮิปสเตอร์นิยมตัดผมกับช่างแนวบาร์เบอร์ย้อนยุค เป็นทรงไถด้านข้างสูงๆ แล้วเสยขึ้นไป อัดน้ำมันใส่ผมเหนียวๆ ที่มีชื่อเฉพาะว่าปอมเมด ไม่ใช่เจลหรือแว็กซ์ทั่วไป ราคาค่าตัดตั้งแต่ 400-1500 บาท ไม่รวมค่าปอมเมดกระปุกเล็กๆ ราคา 400-1000 บาทอีกต่างหาก ทรงผมนี้ก็ใช่ว่าทุกคนไว้แล้วจะดูดี บางคนตัดออกมาแล้วหน้ายังกะ แมนนี่ บาเกียว ก็มี ยังไงก็ขอฝากให้ช่วยใคร่ครวญตรงนี้ด้วย และที่สำคัญมากคือหนวด-เครา ฮิปสเตอร์เมืองนอกนั้นนิยมไว้เคราเฟิ้มๆ ที่มาต่อกับหนวดพอดี หรือหนวดที่จัดแต่งโง้งแบบพี่เล็ก คาราบาว แต่ฮิปสเตอร์ไทยซึ่งพันธุกรรมไม่ใช่พันธฺขนดกมีไม่กี่คนที่จะไว้ทั้งหนวดเคราแบบเขาได้ ส่วนใหญ่เลยต้องเอาดีทางการไว้หนวดแทน บางคนหนวดไม่ค่อยจะมี เดือดร้อนต้องไปหายาปลูกหนวดอีก ชีวิตช่างยุ่งยากจริงๆ

  1. การกินอยู่

ฮิปสเตอร์จะเน้นการกินอาหารในสิ่งแวดล้อมที่ดูเก๋มาก่อนอาหารอร่อย ถ้าร้านดูไม่สวย ไม่เท่ พวกเขาก็ไม่ค่อยอยากจะย่างกรายเข้าไปนัก เพราะมันไม่ถูกจริต แต่ถ้าเป็นร้านที่แต่งแนวเท่ๆ เป็นไม้ๆ หรือปูนเปลือย ใช้โต๊ะนักเรียนหรือจักรเย็บผ้าให้ลูกค้านั่ง เสิร์ฟอาหารมาในจานไม้ ค็อกเทลหน้าตาแปลกๆ ในขวดแยมเก่าที่นำมารีไซเคิล นี่ใช่เลย เราเชื่อว่าฮิปสเตอร์คงมีการกินข้าวไข่เจียว ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว มั่งแหละย่า แต่พวกเขาไม่อัพรูปตอนกินอะไรแบบนี้ให้เราเห็นหรอก เสียสถาบันฮิปสเตอร์หมดสิ!

 

ฮิปสเตอร์ที่เป็นตัวตนแท้ๆของคุณในปัจจุบัน

hipster-01ฮิปสเตอร์ คือเด็กแนวในอีกรูปแบบหนึ่งแต่ไม่จำเป็นต้องเป็นวัยรุ่นเสมอไป ส่วนมากวัยของฮิปสเตอร์จะอยู่ในช่วงมหาลัยไปจนถึงวัยทำงาน คือ 18-30+ ปี พวกเขาคือคนที่นิยมทุกสิ่งที่นอกกระแส ไม่ว่าจะแต่งกาย ดูหนัง ฟังเพลง กิจกรรม ไปจนถึงการกินอยู่เลยทีเดียว ฮิปสเตอร์นิยมใส่แว่นกรอบสี่เหลี่ยมทรงหนา ไม่ว่าสายตาจะปกติหรือไม่ก็ตาม แต่ใส่แล้วจะเพิ่มดีกรีความฮิปขึ้นอีกเลเวลหนึ่งทันที ส่วนทรงผมนั้นตอนนี้ฮิปสเตอร์นิยมตัดผมกับช่างแนวบาร์เบอร์ย้อนยุค เป็นทรงไถด้านข้างสูงๆ แล้วเสยขึ้นไป อัดน้ำมันใส่ผมเหนียวๆ ทรงผมนี้ก็ใช่ว่าทุกคนไว้แล้วจะดูดี และที่สำคัญมากคือหนวดเครา ฮิปสเตอร์เมืองนอกนั้นนิยมไว้เคราเฟิ้มๆที่มาต่อกับหนวดพอดี

เป็นกระแสที่มีมานานแล้วแต่เพิ่งจะมาเป็นประเด็นในสังคมไทยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฮิปสเตอร์เป็นคำที่ใช้เรียกหรืออธิบายถึงคนที่ชอบทำตัวแตกต่างจากคนส่วนใหญ่ในสังคมคล้ายๆกับเด็กแนว เป็นกลุ่มคนที่เชื่อว่าตัวเองดำเนินชีวิตโดยไม่ไหลไปตามกระแสของอะไรง่ายๆ มีรสนิยมแปลกแตกต่าง มองเห็นเรื่องต่างๆด้วยมุมมองไม่เหมือนใคร และรู้สึกปลอดภัยเมื่อพบว่าตนเองกำลังเดินอยู่ในวิถีที่แตกต่าง โดยพื้นฐานแล้วฮิปสเตอร์คือกลุ่มบุคคลที่มีความคิดหัวก้าวหน้า รักธรรมชาติ รักษาสุขภาพ ดื่มด่ำกับงานศิลปะ และค่อนข้างรักอิสรเสรี ซึ่งแม้ฮิปสเตอร์แต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มจะมีรายละเอียดแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับประเด็นเหล่านี้ คือมักจะนิยมศิลปะ ชอบอ่านหนังสือ ฟังเพลง และดูภาพยนตร์ ทั้งผลงานประเภทที่ผู้คนอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยในชีวิต หรือผลงานที่หาได้โดยทั่วไป แต่ฮิปสเตอร์ก็มักจะเชื่อว่าตัวเองสามารถมองเห็นแง่มุมที่ลึกซึ้งของผลงานเหล่านั้นมากกว่าคนทั่วไป ต้องรักธรรมชาติ ทั้งเลือกอาหารออแกนิก นิยมการปั่นจักรยาน และไม่สนับสนุนกิจกรรมใดๆที่เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม

จะไปไหนก็ต้องเช็คอินและถ่ายภาพต่างๆอวดตลอด บางคนที่มีความสามารถในการเล่าเรื่องด้วยภาพและตัวอักษรได้น่าสนใจ มีผู้ติดตามหลักพันคนก็ยกระดับขึ้นมาเป็นเน็ตไอดอลไปเลยก็มี แม้ฮิปสเตอร์จะชอบสโลว์ไลฟ์ แต่สำหรับเรื่องการสื่อสารแล้วกลับไม่ยักกะใช้นกพิราบหรือการเขียนจดหมาย พวกเขาหายใจเข้าออกเป็นการเสพข้อมูลในด้านเทรนด์และกระแสสังคมด้วยอุปกรณ์เหล่านี้ และยิ่งสินค้าตระกูลแอปเปิลมีหน้าตาสวยทันสมัยจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ฮิปสเตอร์จะเลือกใช้ยี่ห้อนี้เป็นหลัก

ศิลปะกับการออกแบบ ต้องเดินไปพร้อมกับนักออกแบบ

ถ้าพูดถึงคำว่าการออกแบบหรือ “ดีไซน์” (design) เชื่อว่าหลายคนมักจะใช้คำนี้พ่วงติดมากับคำว่า ศิลปะหรือ “อาร์ต” (art) รวมกันเป็นคำว่า Art & Design ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเราเห็นและได้ยินคำสองคำนี้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา ไม่ว่าจะจากชื่อสถาบันสอนศิลปะและการออกแบบ (Art & Design School) หลายๆแห่ง หรือจากสื่อต่างๆที่แวดล้อมรอบตัวเรา ทั้งที่ความจริงแล้ว “ศิลปะกับการออกแบบ” แม้จะเป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวพันกันอยู่ แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องเดียวกันเสียเมื่อไราจะเรียกว่าเป็น “คนละเรื่องเดียวกัน” ก็ไม่น่าจะผิดนัก

การออกแบบเกิดขึ้นเพื่อมุ่งป้องกันและแก้ไขปัญหาของสิ่งต่างๆ ก่อนที่จะลงมือปฏิบัติการ ดังนั้น การออกแบบจึงกินความหมายครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกสาขาวิชาที่ต้องการการวางแผนเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตคนเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การออกแบบอาคารบ้านเรือน ผังเมือง ถนนหนทาง เพื่อการอยู่อาศัยที่ถูกสุขลักษณะ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การออกแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ที่ตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิต การออกแบบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยประหยัดพลังงาน การออกแบบหลักสูตรวิชาภาษาอังกฤษเพื่อให้เรียนรู้ครบทุกทักษะ การออกแบบแผนการทำธุรกิจเพื่อทำกำไรสูงสุด ลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด การออกแบบเวทีละครเพื่อให้เกิดความสวยงามและใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การออกแบบเว็บไซต์เพื่อให้ใช้งานง่าย เข้าใจง่าย ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม หากจะบอกว่าการออกแบบทั้งหมดที่กล่าวมานั้น เป็นศิลปะการใช้ชีวิตและเป็นศิลปะในการจัดการกับปัญหาในชีวิตอย่างหนึ่งก็คงไม่ผิด แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นอยู่ตรงที่ว่า ถ้าหากเราเอาการออกแบบไปผูกติดอยู่กับศิลปะ การรับรู้ของเรา จะถูกตีกรอบจำกัดอยู่ในความหมายของทัศนศิลป์ (visual art) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และตรงนี้เองที่ทำให้หลายคนเลิกคิด มองข้าม ละความสนใจ หรือแม้กระทั่งเพิกเฉยต่อการคิดริเริ่มออกแบบ เพราะคิดไปว่า การออกแบบเป็นของที่กินไม่ได้ ไม่เกี่ยวข้องกับปากท้อง ชีวิต และการทำมาหากินโดยตรง ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดมหันต์ในทุกวันนี้

ใช้ศิลปะในการออกแบบเสื้อผ้า


ด้วยผลงานการออกแบบผืนผ้าที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งไม่เพียงแต่การใช้จินตนาการสร้างสรรค์ผลงานที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปสู่การพัฒนารูปแบบในเชิงพาณิชย์ต่อไปได้

หลายคนเข้าใจว่า การเรียนสาขาแฟชั่น จะต้องอยู่แต่กับการออกแบบเสื้อผ้าเท่านั้น แต่เราสามารถทำงานได้หลากหลาย และมีความชื่นชอบงานผ้า ทั้งในด้านของเทคนิค ในการออกแบบลวดลายบนผ้า รวมถึงการทำแพตเทิร์นผ้า

การออกแบบเครื่องใช้ที่ทำด้วยผ้าที่นิยมใช้ในชีวิตประจำวัน ควรคำนึงถึงหลักการเพื่อความคุ้มค่าของาน ดังนี้

1.คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย สำหรับเครื่องที่ทำด้วยผ้า ถ้าเรารู้จักออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างก็จะทำให้คุ้มค่าต่อการ ใช้งาน เช่น กระเป๋าเอนกประสงค์ สามารถออกแบบโดยใช้เป็นหมวกกันแดดได้ด้วย เป็นต้น

2.คำนึงถึงความสวยงามโดยให้มีสีสัน ลักษณะมองดูแล้วสะอาด สวยงาม น่าใช้ เช่น ผ้าเช็ดมือสำหรับแขวนในห้องน้ำ ควรเป็นผ้าสีอ่อนสะอาดตา เช่น สีขาว สีชมพู สีฟ้า เป็นต้น

3.คำนึงถึงการดูแลรักษา หรือการทำความสะอาด สำหรับเครื่องใช้ประเภทผ้าที่เปื้อนง่าย ต้องทำความสะอาดบ่อยหรือทุกครั้งหลังจากการใช้งาน ควรออกแบบให้เป็นแบบเรียบ และเลือกใช้ผ้าที่ทนทานต่อการซักรีด เช่น ผ้าลินิน เป็นต้น

ในการออกแบบเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย เพื่อให้เกิดความสวยงามเหมาะสมและคุ้มค่าสามารถนำไปใช้ได้ยาวนาน ผู้ออกแบบควรคำนึงถึงความสวยงามเหมาะสม เสื้อผ้าบางแบบอยู่ในสมัยนิยมแต่ไม่เหมาะกับบุคลิกของผู้สวมใส่บางคน ทั้งนี้ ผู้ออกแบบเสื้อผ้าจึงควรมีความรู้ความเข้าใจเพื่อนำหลักการไปใช้ในการออกแบบ ให้เหมาะสม ช่วยอำพรางส่วนที่พกพร่อง และช่วยเสริมจุดเด่นให้มีบุคลิกลักษณะที่ดียิ่งขึ้น

ศิลปะ เป็นเรื่องของความรู้สึก ที่ทำให้ผู้ที่พบเห็นงานเกิดความรู้สึกต่าง ๆ ตามแต่จะจินตนาการกันออกไป คนที่สนใจเรียนในด้านการออกแบบ อยากฝากให้หมั่นฝึกฝนฝีมือไว้ก่อน เพราะศิลปะสามารถแตกออกไปหลากหลายแขนง พอจุดหนึ่งจะค้นพบทางที่ถนัด และชื่นชอบ เราต้องพยายามหาตัวเองให้เจอในช่วงเวลาที่ยังเรียนอยู่ และต้องมีความมุ่งมั่นทำให้ดีที่สุด หากเราตั้งใจทำแล้ว ผลงานที่ดีจะออกมาเอง

  • Pages

  • Recent Posts

  • จุดเริ่มต้นของงานออกแบบ

    ㊜㊜ ชุดเดรสแต่งอย่างไรให้ออกมาเป๊ะเวอร์ จนใครๆเห็นชุดเดรสที่เราสวมใส่แล้วเป็นต้องเหลียวหลังมามองแบบไม่วางตา ดูที่นี่ www.gadefashions.com
    ㊜㊜ เราคือร้านเช่าชุดแต่งงานที่มากด้วยคุณภาพ เน้นการบริการที่อบอุ่นเป็นกันเองโดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างจริงใจ และไม่มีการบังคับให้จองชุดแต่งงานหรือแพคเกจใดๆทั้งสิ้น
    ㊜㊜ หลายองค์กรที่แต่งตัวอิสระส่วนใหญ่จะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับชุดทำงาน เพราะคิดว่าจะสวมใส่อะไรก็ได้เป็นชุดทำงาน แต่ร้านนี้มีเสื้อผ้าคนอ้วนชุดทำงานให้เลือกเพียบ www.xn--42c6baj1dovd6b8b1f4ece.com
    ㊜㊜ กิโมโนกิโมโน
    ㊜㊜ การซื้อหาเสื้อยืดขายส่งนั้นเราจะได้ราคาในราคพิเศษและเสื้อยืดขายส่งยังได้เนื้อผ้าที่ใส่สบายอีกด้วย
    ㊜㊜ เครื่องสำอางก็มีวันหมดอายุนะ การใช้เครื่องสำอางเราต้องดูวันหมดอายุด้วย เพื่อสุขภาพของเราเอง
    ㊜㊜ การใช้เครื่องสำอางต่างๆนั้นเป็นสิ่งจำเป็นของผู้หญิงโดยเครื่องสำอางมีหลากหลายยี่ห้อให้อันใช้ดังนั้นก็เลยมีของปลอมมากเช่นกัน
    ㊜㊜ ของที่ระลึกนั้นจะเป็นตัวสร้างความประทับใจได้หากเราเลือกของที่ระลึกได้ตรงกับรสนิยมของคนรับ
    ㊜㊜ เดี่ยวนี้มีเครื่องสำอางมากมายขายทางออนไลน์ ซึ่งเราไม่ทราบเลยว่าของแท้หรือปลอม ทางที่ดีศึกษาให้ดีๆก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องสำอางมาใช้
    ㊜㊜ หลายๆคนคงกำลังมองหากระเป๋า axixi ของแท้มีคุณภาพที่ดีทั้งภายในและภาพนอกเพราะคนที่เลือกซื้อกระเป๋า axixi ซึ่งให้ความคงทนในการใช้งาน
    ㊜㊜ ลองจอน เป็นตัวช่วยที่ดีมากค่ะ สำหรับไปเที่ยวที่อากาศหนาวมากๆ เป็นชุดใส่สำหรับกันหนาว เราจะใส่ชุดนี้ด้านในสุดรองจากชุดชั้นใน ลองจอนจะใส่เพื่อเป็นตัวเสริมให้อบอุ่นมากยิ่งขึ้น
    ㊜㊜ รับทำเสื้อยืดแฟชั่นที่โดนที่สุด เรารวบรวมเสื้อยืดสวยๆ เสื้อยืดผ้า Cotton 100% เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการใช้ในที่กลางแจ้งและโดนแดดบ่อยๆ เพราะผ้าจะระบายอากาศได้ดีไม่อมเหงื่อยหรืออมเงื่อยน้อย ใส่สบาย
    ㊜㊜ บริการรับตัดผ้ากันเปื้อนในรูปแบบลายน่ารัก ลายต่างๆที่ลูกค้าสามารถออกแบบมาให้ทางร้านตัดเย็บได้ค่ะ ผ้ากันเปื้อนทางร้านเรามีราคาถูก มีคุณภาพ เนื้อผ้าที่นิ่ม เนื้อผ้าอย่างดี
    ㊜㊜ เสื้อโปโลได้รับความนิยมมาเป็นเวลานานแล้ว เพราะเป็นแบบเสื้อที่สวมใส่สบาย กว่าเสื้อเชิ้ตหรือเสื้อที่เป็นทางการทั่วไป แต่ในขณะเดียวกันก็ดูสวยและมีความเป็นทางการมากกว่า เสื้อยืดธรรมดา ที่ไม่เหมาะกับการไปท่องเที่ยว ในยุคแรกๆนั้น เสื้อโปโล ถูกผลิตขึ้น เพื่อใช้กับเพศชายเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน เมื่อวิวัฒนาการของวงการแฟชั่นได้แผ่ขยายไปมากขึ้น
    ㊜㊜ ด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยขึ้นการทำให้หน้าเรียวนั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หลายคนนั้นอยากหน้าเรียวก็พึ่งศัลยกรรม เป็นเรื่องที่ง่ายแต่ก็มีความเสี่ยงพอสมควรเช่นกัน
    ㊜㊜ เรียน gmat
    ㊜㊜ เสื้อผ้าเด็กผู้ชาย
    ㊜㊜ พ่อแม่แต่ละคนนั้นมีการเลือกเสื้อผ้าเด็กไม่เหมือนกัน บางคนนั้นใช้ความชอบสา่วนตัวในการเลือก แต่บางคนนั้นจะดูถึงเนื้อผ้าว่าลูกจะสวมใส่แล้วสบายหรือเปล่า
    ㊜㊜ ผ้าพันคอ
    ㊜㊜ แฟชั่น 18k gold นั้นถือว่าได้รับความนิยมเสมอมา ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัย 18k gold ก็ยังคงเห็นกันบ่อยๆในวงการเครื่องปประดับ
    ㊜㊜ เรียน toefl
    ㊜㊜ นิวเมติก ระบบทำงานโดยใช้อากาศเป็นตัวส่งกำลัง ในการขับเคลื่อนอุปกรณ์ทำงานของเครื่องจักรต่างๆ
    ㊜㊜ ถุงมือผ้าใช้ดี กระชับมือ สวมใส่สบาย ไม่ทิ้งขนติดชิ้นงาน
    ㊜㊜ นอนกรนอาการที่เกิดขึ้นโดยเราไม่อาจจะรู้เลยว่าจะเกิดขึ้นกับใครและเวลาไหน
    ㊜㊜ เสื้อผ้าคนอ้วนหุ่นใหญ่ไม่ต้องกลัวอีกต่อไปมีร้านมากมายให้ได้เลือกซื้อหาแล้ว
    ㊜㊜ af-wristband ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสายรัดข้อมือที่มีคุณภาพ ได้รับความไว้วางใจทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน
    ㊜㊜ บลัชออนช่วยให้พวงแก้มดูเปล่งปลั่ง
    ㊜㊜ พูดภาษาอังกฤษง่ายด้วยการฝึกฝน
    ㊜㊜ การบริการตรวจน้ำทิ้งให้กับโรงงาน
    ㊜㊜ อาหารเสริมbim100 มีประโยชน์จากสารสกัดจากธรรมชาติ
  • Categories

  • Tags